แชร์

ผู้ชายไทยกับสถิติ ED: ตัวเลขภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่หลายคนไม่เคยรู้

อัพเดทล่าสุด: 10 ส.ค. 2026
40 ผู้เข้าชม

หลายคนคิดว่าภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ ED เป็นเรื่องของ "คนส่วนน้อย" หรือ "คนแก่" เท่านั้น แต่ตัวเลขจากงานวิจัยจริงกลับบอกเป็นอีกอย่าง ED พบได้บ่อยกว่าที่คิดมาก และเกิดกับผู้ชายตั้งแต่วัยทำงานไปจนถึงวัยสูงอายุ การรู้สถิติเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ให้กังวล แต่มีไว้เพื่อให้เข้าใจว่าเราไม่ได้เผชิญเรื่องนี้คนเดียว และเป็นภาวะที่ควรดูแลอย่างเปิดใจ บทความนี้จะพาไปดูตัวเลขจริงของชายไทย เทียบกับภาพรวมโลก และอธิบายว่าตัวเลขเหล่านั้นสะท้อนอะไร

ED พบบ่อยแค่ไหนในผู้ชายไทย

ข้อมูลที่อ้างอิงได้ดีที่สุดของไทยมาจากการศึกษาระดับประเทศโดยกลุ่มวิจัย Thai Erectile Dysfunction Epidemiologic Study (TEDES) ซึ่งสำรวจชายไทยในเขตเมืองอายุระหว่าง 40–70 ปี จำนวน 1,250 คนทั่วประเทศ ผลการศึกษาพบว่าภาพรวมของชายไทยกลุ่มนี้มีภาวะ ED ราว 37.5%


เมื่อแยกตามระดับความรุนแรง พบว่าเป็นระดับน้อย (mild) ประมาณ 19.1% ระดับปานกลาง (moderate) ประมาณ 13.7% และระดับรุนแรง (severe) ประมาณ 4.7% หมายความว่าในชายไทยวัยนี้ ทุกๆ ประมาณ 3 คน จะมี 1 คนที่เคยหรือกำลังเผชิญภาวะ ED ในระดับใดระดับหนึ่ง นี่เป็นตัวเลขที่สูงพอจะบอกได้ว่า ED ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าอาย แต่เป็นเรื่องสุขภาพที่พบได้ทั่วไป

ที่น่าสนใจคือการศึกษานี้ยังพบความแตกต่างตามพื้นที่ โดยภาคเหนือมีสัดส่วนสูงที่สุด ขณะที่กรุงเทพมหานครมีสัดส่วนต่ำที่สุด และจังหวัดขนาดใหญ่มีแนวโน้มพบ ED สูงกว่าจังหวัดขนาดเล็กเล็กน้อย ความต่างเหล่านี้สะท้อนว่าปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ สิ่งแวดล้อม และการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง

เทียบสถิติไทยกับต่างประเทศ

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองนำตัวเลขของไทยไปเทียบกับข้อมูลจากที่อื่น



ในไทยเอง การสำรวจในช่วงปี 2004 พบสัดส่วนผู้ที่มีอาการ ED ในระดับต่างๆ สูงขึ้นเป็นราว 43% ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่อาการที่เป็นบางครั้งไปจนถึงไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เลย ส่วนในต่างประเทศ การศึกษาที่มีชื่อเสียงอย่าง Massachusetts Male Aging Study (MMAS) ของสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ชายอายุ 40–70 ปีมีภาวะ ED สูงถึง 52% โดยแบ่งเป็นระดับน้อย 17% ปานกลาง 25% และรุนแรง 10%

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่า ED เป็นปัญหาสุขภาพระดับโลก ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และมีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ชายที่มีภาวะ ED ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็นราว 170 ล้านคน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการตระหนักและดูแลเรื่องนี้จึงสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

ED เพิ่มขึ้นตามอายุ

หนึ่งในข้อค้นพบที่สอดคล้องกันทั่วโลกคือ เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสเกิด ED ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในภาพรวมระดับโลก ผู้ชายอายุต่ำกว่า 40 ปีพบ ED ในสัดส่วนที่ค่อนข้างน้อย แต่สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเข้าสู่วัย 60–70 ปีขึ้นไป ที่บางการศึกษาพบสูงได้มากในกลุ่มผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม "อายุ" ไม่ใช่ปัจจัยเดียว และไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องเป็นเมื่อแก่ตัวลง เพราะผู้ชายที่ดูแลสุขภาพดีสามารถรักษาสมรรถภาพไว้ได้แม้อายุมากขึ้น รายละเอียดเรื่องนี้อ่านเพิ่มได้ในบทความ (ใส่ลิงก์ "ทำไมอายุมากขึ้นสมรรถภาพถึงลดลง")

ทำไมตัวเลขจริงอาจสูงกว่าที่รายงาน

ประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ สถิติที่เห็นอาจ "ต่ำกว่าความเป็นจริง" ด้วยซ้ำ เพราะ ED เป็นเรื่องที่ผู้ชายจำนวนมากไม่กล้าพูดถึงหรือไม่ไปปรึกษาแพทย์ หลายคนเลือกเก็บปัญหาไว้คนเดียวด้วยความอายหรือความเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องของความเป็นชาย ทำให้พฤติกรรมการเข้ารับการดูแล (treatment-seeking behaviour) ของผู้ชายไทยและในหลายประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ

นั่นหมายความว่า จำนวนผู้ชายที่เผชิญภาวะ ED จริงๆ อาจมากกว่าตัวเลขในงานวิจัย เพราะมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยถูกนับรวม การทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดคุยได้อย่างเปิดใจ จึงเป็นก้าวแรกที่ช่วยให้ผู้ชายเข้าถึงการดูแลที่เหมาะสมมากขึ้น

ปัจจัยที่ทำให้สถิติ ED สูงขึ้น

ตัวเลข ED ที่สูงไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่สัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงที่พบมากขึ้นในวิถีชีวิตปัจจุบัน ปัจจัยที่งานวิจัยมักพบว่าเกี่ยวข้อง ได้แก่

โรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งกระทบการไหลเวียนเลือดโดยตรง โรคอ้วนและการขาดการออกกำลังกาย การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงปัจจัยด้านสุขภาพจิตอย่างความเครียดเรื้อรังและภาวะซึมเศร้า ซึ่งงานวิจัยพบว่าสัมพันธ์กับ ED อย่างมีนัยสำคัญ (อ่าน "ความเครียดกับสมรรถภาพทางเพศ")

เมื่อสังคมเผชิญกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ความเครียดสูง อาหารไม่สมดุล และการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้จึงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มของ ED มีโอกาสสูงขึ้นตามไปด้วย

สถิติเหล่านี้บอกอะไรกับเรา
นอกจากบอกว่า ED พบบ่อยแล้ว สถิติเหล่านี้ยังมีนัยสำคัญอีกข้อที่ผู้ชายควรรู้ นั่นคือ ED มักเป็น "สัญญาณเตือน" ของสุขภาพโดยรวม
เพราะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศมีขนาดเล็กและมักแสดงอาการผิดปกติก่อนหลอดเลือดส่วนอื่น ภาวะ ED จึงอาจเป็นสัญญาณแรกๆ ของปัญหาหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน หรือความดันที่ยังไม่ถูกวินิจฉัย

ด้วยเหตุนี้ การที่ผู้ชายใส่ใจสัญญาณเรื่องสมรรถภาพ จึงไม่ใช่แค่เรื่องเพศ แต่เป็นการดูแลสุขภาพโดยรวม การไปตรวจสุขภาพเมื่อมีอาการต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ รายละเอียดเรื่องนี้อ่านได้ในบทความเสาหลัก (ใส่ลิงก์ "หย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) คืออะไร")

ข่าวดีคือ ดูแลและลดความเสี่ยงได้

แม้สถิติจะดูสูง แต่สิ่งที่ให้กำลังใจคือ ปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่ของ ED เป็นสิ่งที่ "ปรับและดูแลได้" การออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่ดีต่อหลอดเลือด นอนหลับให้เพียงพอ จัดการความเครียด เลี่ยงบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์ และคุมโรคประจำตัว ล้วนช่วยลดความเสี่ยงและดูแลสมรรถภาพได้ (อ่าน "5 พฤติกรรมที่บั่นทอนสมรรถภาพ")
สำหรับผู้ที่มองหาตัวช่วยดูแลสุขภาพเพศชายแบบเป็นธรรมชาติ KUP (เคอัพ)
เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รวมสารสกัดสมุนไพร 7 ชนิดในแคปซูลเดียว ผ่านมาตรฐาน GMP, HACCP จดทะเบียนกับ อย. และปราศจากซิลเดนาฟิล จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพและความมั่นใจ ควบคู่ไปกับการปรับไลฟ์สไตล์ (ดูเพิ่มที่หน้าผลิตภัณฑ์ KUP)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้ชายไทยเป็น ED กี่เปอร์เซ็นต์? การศึกษาระดับประเทศในชายไทยอายุ 40–70 ปี พบราว 37.5%
และการสำรวจในปีต่อมาพบสูงขึ้นถึงราว 43% โดยตัวเลขจริงอาจมากกว่านี้เพราะหลายคนไม่ได้เข้ารับการดูแล

ED เป็นเรื่องของคนแก่เท่านั้นไหม? ไม่ใช่ แม้สัดส่วนจะเพิ่มตามอายุ แต่ผู้ชายวัยทำงานก็พบได้ มักสัมพันธ์กับความเครียดและไลฟ์สไตล์

ทำไมสถิติของไทยกับสหรัฐฯ ต่างกัน? ความต่างมาจากหลายปัจจัย ทั้งวิธีการสำรวจ กลุ่มตัวอย่าง ไลฟ์สไตล์ และการรายงานอาการ จึงควรดูเป็นภาพรวมมากกว่าเทียบตัวเลขตรงๆ

ED ป้องกันได้ไหม? ลดความเสี่ยงได้มากด้วยการดูแลสุขภาพพื้นฐาน เพราะปัจจัยเสี่ยงส่วนใหญ่ปรับได้

สรุป
สถิติ ED ของชายไทยที่ราว 37.5–43% สะท้อนว่าภาวะนี้พบได้บ่อยและใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด
อีกทั้งตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้นเพราะหลายคนไม่กล้าปรึกษา สิ่งที่สถิติเหล่านี้บอกคือ ED ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป มักเป็นสัญญาณสุขภาพโดยรวม และที่สำคัญคือดูแลและลดความเสี่ยงได้ การเปิดใจดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นก้าวที่ดีที่สุดสำหรับผู้ชายทุกคนคะ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ความเครียดกับสมรรถภาพทางเพศ เกี่ยวข้องกันอย่างไร? เข้าใจวงจรและวิธีตัดวงจร
หลายคนแปลกใจว่าทำไมช่วงที่งานหนักหรือเครียดมากๆ สมรรถภาพทางเพศถึงตกลงอย่างเห็นได้ชัด คำตอบคือความเครียดส่งผลต่อร่างกายผู้ชายมากกว่าที่คิด บทความนี้อธิบายว่าความเครียดกระทบสมรรถภาพอย่างไร เกิดเป็น "วงจร" แบบไหน พร้อมวิธีจัดการความเครียดที่ช่วยให้กลับมามั่นใจอีกครั้ง
10 ส.ค. 2026
ภาพปกบทความหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) สุขภาพเพศชาย โดยแบรนด์ KUP
อาการ "ไม่แข็ง แข็งไม่นาน หรือไม่ตอบสนองเหมือนเดิม" ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่เรื่องของคนแก่เท่านั้น บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่ายว่า หย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) คืออะไร เกิดจากอะไรได้บ้าง สังเกตตัวเองอย่างไร และมีแนวทางดูแลฟื้นฟูแบบไหนที่ทำได้จริงตั้งแต่วันนี้
4 มิ.ย. 2026
นกเขาไม่ขันเกิดจากอะไร ปัจจัยที่พบบ่อยและวิธีดูแลเบื้องต้นสำหรับผู้ชาย
"นกเขาไม่ขัน" เป็นปัญหาที่ผู้ชายหลายคนเจอแต่ไม่กล้าพูด ความจริงคือมันเกิดได้จากหลายสาเหตุ และส่วนใหญ่ดูแลให้ดีขึ้นได้ บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่ายว่าอาการนี้เกิดจากอะไร แบบไหนคือเรื่องปกติ แบบไหนควรใส่ใจ พร้อมวิธีแก้ที่เริ่มทำได้เองตั้งแต่วันนี้
9 ส.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy